ฟอรั่ม กฎหมาย/ระเบียบพัสดุ คุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง ตามระเบียบข้อ 26 เปรียบเทียบกับคุณสมบัติของผู้ควบคุมงาน ตามระเบียบข้อ 177

  • This topic is empty.
กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #1493
    admin
    Keymaster
      Picture

      คุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง ตามระเบียบข้อ 26 เปรียบเทียบกับคุณสมบัติของผู้ควบคุมงาน ตามระเบียบข้อ 177

      คุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง ตามระเบียบข้อ 26 เปรียบเทียบกับคุณสมบัติของผู้ควบคุมงาน ตามระเบียบข้อ 177
      ในการดำเนินงานจ้างก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานจะต้องแต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง” ตามที่ระบุไว้ใน ระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 26 และมีหน้าที่ตาม ข้อ 176
      ขณะเดียวกัน จะต้องมี “ผู้ควบคุมงาน” ซึ่งแต่งตั้งตาม ข้อ 177 และมีหน้าที่ตาม ข้อ 178
      แม้ทั้งสองฝ่ายจะเกี่ยวข้องกับการควบคุมคุณภาพและตรวจรับงานจ้างก่อสร้าง แต่เมื่อพิจารณาในเชิง “โครงสร้างการแต่งตั้ง” จะเห็นความแตกต่างสำคัญที่กระทบต่อความถูกต้องของกระบวนการทั้งหมด

      คณะกรรมการตรวจรับฯ ต้องแต่งตั้งจากบุคลากรของหน่วยงานเจ้าของโครงการเท่านั้น
      วรรคหนึ่งของข้อ 26 ระบุว่า:
      “คณะกรรมการซื้อหรือจ้างตามข้อ 25 แต่ละคณะประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน ซึ่งแต่งตั้งจาก
      ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานของรัฐ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น
      โดยให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ”
      คำว่า “ของหน่วยงานของรัฐ” ในวรรคนี้ ต้องตีความให้หมายถึง “หน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้ดำเนินการจัดจ้าง” เท่านั้น


      ไม่ใช่หมายถึงหน่วยงานของรัฐใดก็ได้อย่างกว้างขวาง เพราะคณะกรรมการตรวจรับมีหน้าที่เป็น “ตัวแทนของหน่วยงานเจ้าของโครงการ” ในการรับรองผลงานของผู้รับจ้าง
      หากไปแต่งตั้งบุคคลจากหน่วยงานอื่น เช่น อำเภอแต่งตั้งปลัดเทศบาล หรือ อบต. มาเป็นกรรมการ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของอำเภอเลย จะกลายเป็นว่า หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่มีตัวแทนของตนในกระบวนการตรวจรับ
      ซึ่งไม่ชอบด้วยระเบียบ

      ยืนยันด้วยนิยามในพระราชบัญญัติและระเบียบ
      มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ ระบุว่า:
      “หน่วยงานของรัฐ” หมายถึง ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
      ซึ่งหมายถึงแต่ละหน่วยงานตามลักษณะเฉพาะของโครงสร้าง เช่น
      • อำเภอ = ราชการส่วนภูมิภาค
      • อบต. / เทศบาล = ราชการส่วนท้องถิ่น
      • กรม / กระทรวง = ราชการส่วนกลาง
      ระเบียบข้อ 4 ยังได้แยกนิยามของ “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” ไว้อย่างชัดเจน เช่น
      ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายก อบต., นายกเทศมนตรี ฯลฯ
      ซึ่งหมายถึง “หัวหน้าของหน่วยงานตนเอง” ไม่ใช่หัวหน้าของหน่วยงานอื่น
      ดังนั้น คำว่า “ของหน่วยงานของรัฐ” ในข้อ 26 วรรคหนึ่ง
      ต้องหมายถึงหน่วยงานที่มีอำนาจในการจัดจ้างในแต่ละโครงการโดยเฉพาะเท่านั้น

      วรรคสองของข้อ 26 ระบุว่า:
      “ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ
      จะแต่งตั้งบุคคลอื่นร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้
      แต่จำนวนกรรมการที่เป็นบุคคลอื่นนั้นจะต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง”
      การตีความวรรคสอง:
      เปิดช่องให้ “บุคคลอื่น” ซึ่งอาจเป็น
      • ผู้ทรงคุณวุฒิ
      • บุคคลภายนอก
      • หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
      แต่ต้องเข้าใจว่า วรรคสอง = เสริม ไม่ใช่หลัก
      จำนวนกรรมการในวรรคสองต้องไม่มากกว่ากรรมการในวรรคหนึ่ง
      และไม่สามารถแต่งตั้งเฉพาะบุคคลจากวรรคสองได้โดยไม่มีกรรมการหลักจากวรรคหนึ่ง

      สัมพันธ์กับพระราชบัญญัติ มาตรา 100
      การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างนั้น เป็นไปตาม มาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติฯ ซึ่งบัญญัติว่า
      “ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อรับผิดชอบการบริหารสัญญา
      และการตรวจรับพัสดุ องค์ประกอบ องค์ประชุม และหน้าที่ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด”
      เมื่อพระราชบัญญัติมิได้เปิดช่องให้แต่งตั้งบุคคลจากหน่วยงานอื่น
      ระเบียบข้อ 26 จึง ไม่อาจขยายอำนาจให้กว้างเกินกว่าที่พระราชบัญญัติกำหนดไว้ได้

      เปรียบเทียบกับผู้ควบคุมงานตามข้อ 177 ซึ่งเป็นกรณียกเว้นที่เปิดช่องชัดเจน
      ข้อ 177 ระบุว่า:
      “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน…
      จาก…ของหน่วยงานของรัฐนั้น หรือของหน่วยงานของรัฐอื่น
      ตามที่ได้รับความยินยอมจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ผู้นั้นสังกัดแล้ว”
      และยึดตามมาตรา 101 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า
      “งานจ้างก่อสร้างที่มีขั้นตอนการดำเนินการเป็นระยะ ๆ อันจำเป็นต้องมีการควบคุมงานอย่างใกล้ชิด…
      ให้มีผู้ควบคุมงานซึ่งแต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจ
      การแต่งตั้ง คุณสมบัติ และหน้าที่ของผู้ควบคุมงาน ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด”
      เหตุผลที่ระเบียบเปิดช่องไว้ในข้อ 177 นี้ เพราะว่า…
      ผู้ควบคุมงานต้องมีความรู้ความชำนาญทางด้านช่างตามลักษณะของงานก่อสร้าง
      ซึ่งในบางหน่วยงานอาจไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติตามนี้


      ระเบียบจึงเปิดช่องให้สามารถใช้บุคลากรจากหน่วยงานรัฐอื่นได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้รับความยินยอมจากต้นสังกัด
      แต่ในกรณีของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
      ข้อ 26 วรรคหนึ่ง ไม่ได้กล่าวถึงการยืมตัวจากหน่วยงานอื่นเลย
      และทุกหน่วยงานของรัฐย่อมมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามระเบียบนี้
      การอ้างว่า “ขาดบุคลากร” จึงไม่อาจเป็นเหตุผลที่รับฟังได้ในทางระเบียบ

      สรุปเพื่อความถูกต้อง
      • คณะกรรมการตรวจรับฯ ต้องแต่งตั้งจากบุคลากรของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ตาม ข้อ 26 วรรคหนึ่ง
      • หากจำเป็นต้องมีบุคคลอื่นร่วม ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของ วรรคสอง
      • คำว่า “ของหน่วยงานของรัฐ” ต้องหมายถึง หน่วยงานที่ดำเนินการจัดจ้างในโครงการนั้น


      • ข้อ 177 กรณีผู้ควบคุมงานเปิดช่องให้ใช้คนจากหน่วยงานอื่นได้ เพราะมีความจำเป็นในทางเทคนิค พร้อมเงื่อนไขที่ระบุไว้ชัดเจน
      • การตีความผิดในข้อ 26 วรรคหนึ่ง อาจทำให้กระบวนการตรวจรับ ไม่ชอบด้วยระเบียบ

      ระเบียบเขียนอย่างไร ต้องปฏิบัติตามนั้น ไม่ตีความเกิน ไม่ยืดหยุ่นเกินขอบเขต
      เราทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานจัดจ้าง ต้องเข้าใจเจตนารมณ์ของระเบียบให้ชัด
      เพื่อให้การตรวจรับชอบด้วยระเบียบ และคุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐอย่างแท้จริง
      ~~~~~~~~~~
      แชร์ได้ , save ไว้ศึกษาส่วนตัวได้ , ห้ามนำไปโพสซ้ำหรือใช้งานที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

    กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
    • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้